จังหวัดอุดร เฟสที่ 1 ซีเนี่ยร์คอมเพล็กซ์ ประชารัฐภาคเอกชน บริหารการจัดการ นิติบุคลโครงการโดย บริษัท อีเอส คอนสตรั่คชั่น ประเทศไทย จำกัด และบริษัทฝ่ายการบริหารการก่อสร้าง บริษัท อังกอร์ การโยธา จำกัด โดย ดร.ชยณัฎฐ์ แสงมณี ประธานโครงการ กำลังศึกษาความเป็นไปได้โครงการ วันนี้

ประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเปลี่ยนแปลงและเตรียมพร้อมให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ ดี และใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุขเป็นเรื่องสำคัญ สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้ผู้สูงอายุ ต้องเผชิญกับปัญหาในการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสังคมปัจจุบัน ทั้งในด้านความคิด ความเข้าใจและค่านิยม ต่างๆประกอบกับวัยสูงอายุเป็นวัยที่ต้องเผชิญกับรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบใหม่ ผู้สูงอายุที่มีศักยภาพในด้านภูมิ ความรู้ ภูมิธรรม ภูมิปัญญา สมควรส่งเสริมให้เป็นทรัพยากรที่เข้มแข็งและมีคุณค่าให้ยาวนานที่สุด โดยนำจุดแข็งนี้ มาสร้างโอกาสในการพัฒนาสังคม กิจกรรมที่เป็นประโยชน์นี้จะทำให้ผู้สูงอายุรู้สึกมีความสุขได้บริหารกาย จิต สังคม เป็นบุคคลที่พัฒนาไปตามกาลสมัยพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงพึ่งตนเองได้และสามารถเป็นพลังให้การพึ่งพา แก่ชุมชนและสังคม ซึ่งปัจจุบันทั่วประเทศมีผู้สูงอายุที่เป็นภูมิปัญญาและมีชมรมคลังปัญญาผู้สูงอายุ ซึ่ง ประกอบด้วยสมาชิกผู้สูงอายุ ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้มีความรู้และมีจิตอาสาพร้อมจะถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม แต่ขาดโอกาส ขาดพื้นที่ในสังคม ขาดงบประมาณ และช่องทางในการเผยแพร่ ภูมิ ปัญญา ทำให้สังคมเข้าไม่ถึงความรู้ที่มีคุณค่าในขณะที่ผู้เป็นภูมิปัญญาผู้สูงอายุต้องการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บ้านเมือง เพื่อรับสนองพระราชดำริในองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในประเด็นรับสั่งเกี่ยวกับการนำ ศักยภาพ ภูมิปัญญาของผู้สูงอายุมาใช้เพื่อประโยชน์แก่สังคม กรมกิจการผู้สูงอายุ เล็งเห็นถึงความสำคัญของ ผู้สูงอายุจึงได้ดำเนินการส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้สูงอายุได้แสดงศักยภาพ โดยการถ่ายทอดภูมิความรู้ ประสบการณ์ที่สั่ง สมแก่บุคคลอื่นเพื่อสืบสาน ภูมิปัญญาให้คงคุณค่าคู่กับชุมชน สานพลังผู้สูงอายุเพื่อคนทุกวัยจึงเป็นโครงการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้สูงอายุกับคนทุกวัยเป็น สัมพันธภาพที่ลึกซึ้ง คือสร้างความสุขใจแก่ผู้สูงอายุในการเป็นต้นแบบให้กับเด็ก เยาวชน โดยมีผู้สูงอายุให้ความรู้ที่ หลากหลายที่เอื้อประโยชน์ต่อกระบวนการเรียนรู้และธำรงไว้ซึ่งภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิถีชุมชน อันเป็นการสร้าง ความสุขและคุณค่าให้แก่ผู้สูงอายุ อีกทั้งยังสนับสนุนให้ผู้สูงอายุร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมด้วยภูมิปัญญา ซึ่ง สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการพัฒนาเด็กเยาวชนให้เป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ และ เสริมสร้างให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดร.สมัย เหมมั่น เป็นผู้ประกอบกิจการในธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์คัดเลือกบริษัท มาร่วมทุน และได้รับการสนับสนุนการประกอบกิจการในกิจการของรัฐ ตาม นโยบายของภาครัฐ ประจำปี 2558 กรมกิจการผู้สูงอายุ ได้ออกหนังสือการสนับสนุน ที่ 4040/3149 และได้ทำหนังสือถึงสำนักงานการเคหะแห่งชาติ เลขที่ 4040/ 14323 เพื่อร่วมกันหาแนวทางการทำงานร่วมกันในการลงทุนในกิจการของรัฐภาคเอกชน พร้อมทั้งนี้กรมกิจการผู้สูงอายุ ได้มอบคู่มือการวิธีการให้บริการ ตามนโยบายภาครัฐที่ได้มาตาฐานในการทำงาน ตาม พรบ.ส่งเสริมการลงทุน พร้อมรายชื่อประชาชนที่มีความต้องการจะอยู่อาศัยในโครงการของภาครัฐ ที่ลงทะเบียนไว้กับ ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการทางสังคมผู้สูงอายุวาสนะเวศม์ จังหวัด พระนครศรีอยุธยา และ สำนักงานกิจการ ที่อยู่ในการดูแลของ กรมกิจการผู้สูงอายุ ของประเทศไทย เชิญประชุมร่วมกัน ตามเอกสารแนบท้ายมานี้ วัตถุประสงค์ของโครงการ 1. เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุ ได้มีที่พักอาศัย ที่ถูกลักษณะของที่พักอาศัยของคนสูงอายุ ในราคาที่เหมาะสมกับ ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน 2. เพื่อผู้สูงอายุได้แสดงศักยภาพ สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างวัย และคนทุกวัยเห็นถึงคุณค่า ผู้สูงอายุ ได้เรียนรู้ ร่วมสืบสานคุณค่าที่ดีงามของสังคม พื้นที่ดำเนินงาน ขับเคลื่อนในพื้นที่ ศพอส.เป้าหมาย ผู้สูงอายุ และคนทุกวัยในพื้นที่เหมาะสม เกิดสังคมผู้สูงวัยที่ลงตัว 3.เพื่อเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม ให้กับผู้อายุ ได้เลือกสรร มาสร้างสังคมใหม่ ที่ตัวเองสร้างสรรค์ได้ตลอดจน ได้รับการบริการที่ครบวงจร ในการอยู่อาศัยที่เหมาะสมและลงตัว 4.ผู้สูงอายุได้ร่วมกิจกรรมที่เป็น สังคมที่วางตัวบุคลกรที่ดูแล ทั้งสุขภาพและความปลอดภัย คอยดูแลแบบครบวงจร โครงการบ้านจัดสรร กำนัน สุรสีห์ ศรีอินทร์สุทธ์ ขุนศรีวิลล์ เฟส 1 เพื่อผู้สูงอายุเพื่อคนวางแผนการอยู่อาศัยวัยเกษียณใช้ นโยบาย การบริการ

จังหวัดขอนแก่น ได้กำหนดจัดงานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว งานกาชาดจังหวัดขอนแก่น และงานขอนแก่นซอฟต์พาวเวอร์ ประจำปี 2565 ขึ้น ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2565

จังหวัดขอนแก่น ได้กำหนดจัดงานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว งานกาชาดจังหวัดขอนแก่น และงานขอนแก่นซอฟต์พาวเวอร์ ประจำปี 2565 ขึ้น ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2565 เพื่อเป็นการสืบสานศิลปวัฒนธรรม วิธีการดำรงชีวิตที่เรียบง่าย ศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของ ชาวขอนแก่น โดยนำเสนอผ่านเรือนไม้โบราณจาก 26 อำเภอ สร้างความสมานฉันท์ควบคู่กันไปกับการนำเสนอการเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) อันเป็นจุดเด่นที่สำคัญของจังหวัดขอนแก่น โดยจังหวัดได้เชิญกลุ่มประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Greater Mekong Subregion Economic Cooperation) ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีพื้นฐานทางทรัพยากรสิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมที่มีความคล้ายคลึงกัน โดยนำกิจกรรมที่หลากหลายเข้ามาเชื่อมความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน สำหรับพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถานที่สําคัญของจังหวัดขอนเเก่น จำนวน 6 จุด ประจำปี 2565 กำหนดจัดขึ้นในวันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน 2565 ประกอบด้วย จุดที่ 1 องค์พระธาตุขามเเก่น วัดเจติยภูมิ ตําบลบ้านขาม อําเภอนําพอง เวลา 08.39 น. ประธานในพิธี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนเเก่น (นายไกรสร กองฉลาด) จุดที่ 2 ศาลหลักเมืองขอนเเก่น ถนนศรีจันทร์ ตําบลในเมือง อําเภอเมืองขอนเเก่น เวลา 08.39 น. ประธานในพิธี รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนเเก่น (นายสุเทพ มณีโชติ) จุดที่ 3 พระบรมราชชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนเเก่น เวลา 09.09 น. ประธานในพิธี รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนเเก่น (นายพันธ์เทพ เสาโกศล) จุดที่ 4 อนุค์พระธาตุศิโรดมขอนเเก่น บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดขอนเเก่น เวลา 08.39 น. ประธานในพิธี รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนเเก่น (นางสาวธนียา นัยพินิจ) จุดที่5 อนุสาวรีย์พระนครศรีบริรักษ์ ถนนริมบึงเเก่นนคร ตําบลในเมือง อําเภอเมืองขอนเเก่น เวลา 08.39 น. ประธานในพิธี รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนเเก่น (นายชาญชัย ศรศรีวิชัย) จุดที่ 6 ศาลเทพารักษ์ (โรงช้าง) บริเวณประตูด้านทิศตะวันออก ศาลากลางจังหวัดขอนเเก่น เวลา 08.38 น. ประธานในพิธี ปลัดจังหวัดขอนเเก่น (นายศุภชัย ลีเขาสูง) กิจกรรมที่สำคัญก่อนการเปิดงานอีกกิจกรรมหนึ่งก็คือการรําบวงสรวง 10 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ กำหนดจัดในวันจันทร์ ที่ 28 พฤศจิกายน 2565 เวลา 16.00 น. ณ บริเวณศาลหลักเมืองขอนเเก่น สำหรับ 10 สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองขอนเเก่น ประกอบด้วย 1 ) พระพุทธอภัยมงคลสมังคี 2 ) พระพุทธพระลับ 3 ) พระธาตุขามเเก่น องค์จําลอง 4 ) เจ้าพ่อมอดินเเดง 5 ) ศาลหลักเมืองขอนเเก่น 6 ) พระนครศรีบริรักษ์ 7 ) เจ้าพ่อมเหศักดิ์ 8 ) พระพุทธมหาจักรเเก่นนคร วัดหนองเเวง พระอารามหลวง 9 ) หลวงพ่อใหญ่ วัดกลางขอนเเก่น 10 ) พระพุทธรังสิโยภาสสุขพิพัฒน์ จากวัดป่าเเสงอรุณ โดยจะมีนางรําจาก 26 อําเภอ ของจังหวัดขอนแก่น ประมาณ 20,000 คน มาร่วมพิธีรําบวงสรวง

งานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาด ขอนแก่น

งานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาด ขอนแก่น ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้ามัดหมี่ และ “แคนแก่นคูน” คือ ลายผ้าไหมประจำจังหวัดที่แสดงอัตลักษณ์เมืองขอนแก่น ผ้าไหมและผลิตภัณฑ์ผ้าไหมมัดหมี่ของจังหวัดขอนแก่นนั้นได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา โดยเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2561 จังหวัดขอนแก่น ได้รับการรับรองจากสภาหัตถกรรมโลก World Craft Council (WCC)-UNESCO ให้เป็น “เมืองหัตถกรรมโลกแห่งผ้ามัดหมี่“ อีกหนึ่งประเพณีเก่าแก่คือ ประเพณีผูกเสี่ยว เป็นประเพณีดั้งเดิมของกลุ่มวัฒนธรรมไท–ลาว โดยคำว่า “เสี่ยว“นั้น ในภาษาอีสานมีความหมายว่า “เพื่อนรัก หรือ เพื่อนตาย” ซึ่งการผูกเสี่ยว คือ การสัญญาที่จะเป็นเพื่อนรักร่วมเป็นร่วมตายกัน โดยใช้ฝ้ายมงคลผูกข้อมือของแต่ละคนเพื่อให้เป็นสิริมงคลแก่ทั้งคู่
เพื่อการสืบสานอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมอันดีงามของจังหวัดขอนแก่นและภาคอีสาน จังหวัดขอนแก่นจึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน นำเอาประเพณีผูกเสี่ยวและงานไหมมาจัดร่วมกันจนเกิดเป็น “งานเทศกาลไหมนานาชาติ ประเพณีผูกเสี่ยว และงานกาชาดจังหวัดขอนแก่น ประจำปี 2562” ซึ่งงานนี้ได้จัดมาเป็นเวลานานกว่า 41 ปีแล้ว ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น ขบวนแห่อันยิ่งใหญ่ซึ่งประดับตกแต่งขบวนโดยเน้นถึงเอกลักษณ์ที่โดดเด่นทางศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดขอนแก่น การจัดพิธีผูกเสี่ยวและคุ้มศิลปวัฒนธรรม รวมถึงการจัดประกวดนางงามไหมขอนแก่น มีการแสดงนวัตกรรมด้านวิชาการที่เกี่ยวกับไหม และพิเศษสุดกับการประกาศลายผ้าไหมประจำจังหวัดขอนแก่น คือ ลาย “แคนแก่นคูน” ที่ได้รวบรวมลายผ้าทั้งหมด 7 ลายเข้าไว้ด้วยกัน ได้แก่ ลายแคน หมายถึง สัญลักษณ์แทนความเจริญและสนุกสนาน, ลายดอกคูณ หมายถึง ดอกไม้ประจำจังหวัดขอนแก่น, ลายพานบายศรี หมายถึง มิตรภาพ ประเพณีการผูกเสี่ยว, ลายขอ หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์ของขอนแก่น, ลายโคม หมายถึงภูมิปัญญา วัฒนธรรมของชาวขอนแก่น, ลายกง หมายถึง อาณาเขตที่ได้รับการรักษาให้มั่นคง ปลอดภัย และลายหมากจับ หมายถึง ความรัก ความสามัคคี ของชาวขอนแก่น

New Culture of Thailand

New Culture of Thailand คือ สารจากท้องถิ่น เทคนิคการเขียนข่าว Tuesday, July 30, 2013 - 12:14 องค์ประกอบของข่าว การเขียนข่าวสารที่จะประชาสัมพันธ์ หรือสารที่จะสื่อออกไปยังสื่อมวลชน ควรมีสาระสำคัญหรือองค์ประกอบ ที่เรียกว่า "5 W 1 H ” ดังต่อไปนี้ ใคร (Who) ใครคือบุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับข่าว ทำอะไร (What) เกิดอะไรขึ้น การกระทำหรือเหตุการณ์ใดที่สำคัญ ที่ไหน (Where) การกระทำหรือเหตุการณ์นั้นๆ เกิดขึ้นที่ไหน เมื่อไร (When) การกระทำหรือเหตุการณ์นั้นๆ เกิดขึ้นวัน เวลาใด ทำไมและอย่างไร ( Why and How) ทำไมเหตุการณ์นั้นจึงเกิด และเกิดขึ้นได้อย่างไร ข้อมูลประกอบอื่นๆ เช่น ความเป็นมา ขั้นตอนในการเขียนข่าว การเขียนข่าว ผู้เขียนควรปฎิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ หาข้อมูล โดยการค้นคว้า รวบรวมข้อมูล และสัมภาษณ์ วางแผนการเขียน ศึกษากลุ่มเป้าหมายและนโยบายของสื่อที่จะส่งเผยแพร่ ร่างเนื้อหา รูปแบบ ภาษา ทบทวน ประเมินผล โดยการอ่านทบทวนด้วยตนเอง หรือผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยอ่าน องค์ประกอบการเขียนข่าว การเขียนข่าวหนังสือพิมพ์ ต้องบอกสิ่งสำคัญที่สุดก่อน แล้วจึงบอกสิ่งสำคัญรองลงมา การเขียนข่าวมีองค์ประกอบสำคัญเรียงลำดับ ดังต่อไปนี้ พาดหัวข่าว (headline) เป็นการบอกประเด็นสำคัญของข่าว มักใช้ประโยคที่เป็นข้อความสั้นๆ เพื่อช่วยให้รู้ว่าเป็นข่าวอะไร และมีประเด็นใดน่าสนใจ วิธีการพาดหัวข่าวให้พิจารณาความสำคัญของข่าวนั้นๆ ว่าใคร ทำอะไร เมื่อไร ที่ไหน อย่างไร และทำไมจึงทำเช่นนั้น ตัวอย่างการเขียนพาดหัวข่าว 1.1 แบบ Who นำ เช่น "นายกรัฐมนตรีประชุมชี้แจงเจ้าหน้าที่ ศอ.บต.” "แฝดสยามเพศหญิงเสียชีวิตแล้ว” "กกต.ยืนกรานห้ามจดใหม่ พรรคถูกยุบ” 1.2 แบบ What นำ เช่น "เกิดเพลิงไหม้ที่ย่านชุมชนกลางตลาด” ซึ่งส่วนใหญ่ความสำคัญของข่าวอยู่ที่ การกระทำและผลกระทบ 1.3 แบบ When นำ เช่น "31 พ.ค.ชี้ชะตายุบพรรค” ซึ่งข่าวนี้ความสำคัญอยู่ที่เงื่อนไขของเวลา 1.4 แบบ Where นำ เช่น "เชียงใหม่กลายเป็นเมืองในหมอกจากไฟป่า” ซึ่งคุณค่าของข่าวอยู่ที่สถานที่ 1.5 แบบ Why นำ เช่น "เร่งหาสาเหตุหนุ่มคลั่งยิงกราด 3 ศพ กลางตลาดไท” ความสำคัญของข่าวอยู่ที่การตั้งข้อสังเกต เพื่อเพิ่มความอยากรู้ อยากเห็น 1.6 แบบ How นำ เช่น "อยากได้มือถือรุ่นใหม่ วัยรุ่นหาเงินด้วยการขายตัว” ความสำคัญของข่าวอยู่ที่ความเป็นเหตุเป็นผล วรรคนำ เป็นประเด็นสำคัญของเรื่อง คือต้องตอบสนองความสนใจของผู้อ่านว่า Who What When Where Why เขียนด้วยประโยคสรุปเรื่องหรือสรุปประเด็นสำคัญและกระชับ เพื่อขยายพาดหัวข่าว มีความยาวประมาณ 3-6 ประโยค เช่น "สดศรียืนกรานพรรคถูกยุบจดชื่อเดิมไม่ได้ ทนายบอก แม้วพร้อมแก้ปัญหา หาก ทรท.ถูกยุบ ด้านประธาน คมช.ติวเข้มตำรวจ-ทหาร สั่งห้ามใช้อาวุธรับมือม๊อบ” ส่วนเชื่อม เป็นตัวเชื่อมระหว่างวรรคนำกับเนื้อข่าว ส่วนใหญ่เป็นข้อความที่ขยายประเด็นของเรื่อง จะมีหรือไม่มีก็ได้ มักใช้กับข่าวใหญ่ เช่น "ทั้งนี้เป็นการประชุมลับ ห้ามไม่ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในห้องประชุมศาลฎีกา” เนื้อข่าว เป็นการบอกเรื่องที่เหลือจากที่บอกไว้แล้วในวรรคนำ เป็นข้อเท็จจริงที่สนับสนุนหรือขยายความ หรือช่วยให้วรรคนำได้ใจความชัดเจนขึ้น เป็นเรื่องราวทั้งหมดของข่าวที่ตอบคำถาม 5 W และ 1 H มี 2-5 ย่อหน้าตามความเหมาะสม โดยย่อหน้าแรกๆ เป็นรายละเอียดตามวรรคนำ ย่อหน้าสอง อ้างคำพูดผู้ให้สัมภาษณ์ หรือผู้บริหาร เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ย่อหน้าสุดท้าย เสริมข้อมูลเฉพาะที่จำเป็น เช่น "รายงานข่าวแจ้งว่า……………….” นอกจากนี้ตัวอย่างการนำคำพูดมาใช้ในเนื้อข่าว เช่น "ผู้ก่อความไม่สงบกำลังสูญเสียมวลชน เขาหมดโอกาสที่จะเดินไปสู่ความสำเร็จในการแบ่งแยกดินแดน” พันเอกอัคร ทิพโรจน์ โฆษกกองทัพบก กล่าว หรือ ประโยคอ้อม "พันเอกอัคร ทิพโรจน์ กล่าวว่าผู้ก่อความไม่สงบกำลังสูญเสียมวลชน และหมดโอกาสที่จะเดินไปสู่ความสำเร็จในการแบ่งแยกดินแดน” หรือประโยคตรง พันเอกอัคร ทิพโรจน์ โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า "ผู้ก่อความไม่สงบกำลังสูญเสียมวลชน เขาหมดโอกาสที่จะเดินไปสู่ความสำเร็จในการแบ่งแยกดินแดน” ทิ้งท้ายข่าว เป็นการสรุปประเด็นเพื่อดึงดูดความสนใจ ตอกย้ำจุดหมาย ส่วนใหญ่มี ความยาวประมาณ 4-6 ประโยค เช่น "เชิญร่วมกิจกรรมวันงดสูบบุหรี่โลก ในวันที่ 31 พฤษภาคมนี้ และร่วมกันทำความดีถวายในหลวงด้วยการงดสูบบุหรี่” รูปแบบการเขียนข่าว โดยทั่วไปการเขียนข่าวจะมีเพียง 3 ส่วนเท่านั้น ได้แก่ พาดหัวข่าวหรือโปรยหัวข่าว (headline) วรรคนำ เป็นการสรุปเรื่องราว (lead) เนื้อข่าว เป็นรายละเอียดของเหตุการณ์และเรื่องราว (detail) นอกจากนี้รูปแบบการเขียนข่าวทั่วๆ ไป ไม่ว่าข่าวหนังสือพิมพ์ หรือข่าววิทยุโทรทัศน์ มี 3 รูปแบบ ได้แก่ ปีรามิดหัวกลับ ปีรามิดหัวตั้ง และสี่เหลี่ยมผืนผ้าทรงยืนแบบผสม ซึ่งใช้ในรูปแบบของข่าวที่แตกต่างกันดังนี้ แบบปิรามิดหัวกลับ (inverted pyramid) เป็นการนำเสนอข่าวโดยลำดับประเด็นสำคัญจากมากไปหาน้อย ซึ่งสอดคล้องกับธรรมชาติของมนุษย์ในการอยากรู้อยากเห็นสิ่งสำคัญก่อน ส่วนรายละเอียดไว้ทีหลัง ประกอบด้วย ข่าวพาดหัว วรรคนำ ส่วนเชื่อม และส่วนของเนื้อเรื่อง เรียงตามลำดับความสำคัญ เป็นการเขียนข่าว โดยเริ่มด้วยความนำที่เป็นประเด็นสำคัญของเรื่อง และส่วนเชื่อมที่โยงความสัมพันธ์ระหว่างความนำกับเนื้อหา ที่มีความสำคัญรองลงมา ส่วนเนื้อหา จะเป็นส่วนประกอบที่ให้รายละเอียดของเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด แบบปิระมิดหัวตั้ง (upright pyramid) จะเรียงลำดับข้อมูลที่มีความสำคัญน้อยไปหามากที่สุด (climax) เพื่อให้ผู้อ่านมีความอยากรู้ เริ่มจากประเด็นที่ไม่มีความสำคัญมากนัก แล้วค่อยๆ เพิ่มประเด็นที่สำคัญขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงประเด็นสำคัญที่สุด มักจะใช้ในเรื่องที่มีเงื่อนงำ เชิงสืบสวน สอบสวน ปัจจุบันไม่นิยมใช้ แบบสี่เหลี่ยมผืนผ้าทรงยืนแบบผสม (combination) มักใช้เขียนข่าวที่ไม่ค่อยสำคัญ เป็นข่าวสั้นๆ เริ่มจากส่วนเชื่อม หรือจากเนื้อเรื่องข่าว หลังจากพาดหัวข่าวแล้ว ไม่มีความนำ ความสำคัญของข่าวเท่าเทียมกัน ตั้งแต่ต้นจนจบเนื้อเรื่องของข่าว มักจะเขียนแบบเสนอข้อเท็จจริง whcofmxm คำสำคัญ : tags: การเขียนข่าว องค์ประกอบของข่าว

คนตื่นพระ -พระพุทธ -พระธรรม-พระสงฆ์ วัฒนธรรมท้องถิ่นไทย

หลวงพ่อมหากฤชวัฒน์ ปัญญาวุโธ ประธานสงฆ์ในพิธีทางศาสนา ทำบุญขบวนแห่ผ้าห่มองค์พระเจดีย์วัดกะโลทัย ปีที่ 15 โดย นายวุฒิ​ชัย​ ศุ​ภ​อรรถ​พา​นิช​ นายก​เทศมนตรี​เมือง​กำแพงเพชร​

วันที่ 3 พฤษภาคม 2568 หลวงพ่อมหากฤชวัฒน์ ปัญญาวุโธ ประธานสงฆ์ในพิธีทางศาสนา ทำบุญขบวนแห่ผ้าห่มองค์พระเจดีย์วัดกะโลทัย ปีที่ 15 โดย นา...

งานประชาสัมพันธ์ ผลงาน ท่านหลวงพ่อพระมหากฤชวัฒน์ ปัญญาวุโธ